The Show Must...'s profile★ ❤ ✸๑۩۞۩๑ The Show Mus...PhotosBlogListsMore Tools Help

★ ❤ ✸๑۩۞۩๑ The Show Must Go On ! ๑۩۞۩๑✸ ❤★

September 30

Eternity........

 
Eternity........
 
 
36 ชั่วโมงแห่งความสุข
36 ชั่วโมงแห่งความหวัง
36 ชั่วโมงแห่งความทรงจำ
36 ชั่วโมงแห่งความรัก
36 ชั่วโมงแห่งการเริ่มต้นที่ฉันขอให้มันไม่มีวันสิ้นสุด
 
 
วันนี้วันที่ 30 กันยายน วันธรรมดาๆวันหนึ่งของมวลมนุษย์ชาติ วันที่รัฐบาลไม่ได้ประกาศอะไร วันที่ยูเอ็นไม่ได้กาอะไรไว้บนปฎิทิน  ทุกคนก็คงดำเนินชีวิตไปตามวิถีแห่งตน แต่สำหรับฉัน วันนี้วันเกิดฉัน ซึ่งฉันก็คิดว่ามันเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง วันที่ฉันพร้อมที่จะออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุด เดินถ่ายรูป มองท้องฟ้า แล้วหายใจยาวๆ ให้อารมณ์ความรู้สึกได้ลอยไปกับสายลม ก่อนกลับบ้าน เปิดเพลง แล้วทิ้งตัวลงนอน โดยไม่มีอะไรพิเศษ......
แต่แล้วก็มีผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งได้เข้ามาทำให้วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่สุดเท่าที่ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งจะมีได้ เขาไม่ได้ของขวัญมาให้ เขาไม่ได้มีการ์ด เขาไม่ได้เก็บเอาดวงดาวมาให้ แต่เขามีมากกว่าสิ่งเหล่านั้น ที่มอบให้มา เขามีความรัก มีความหวัง มีความฝัน มามอบให้ฉัน
รู้ไหม ในอ้อมกอดนั้น ฉันไม่ต้องการทรัพย์สินเงินทอง ไม่ต้องการคฤหาสน์หรูหรา ไม่ต้องการเพชรนิลจินดา
รู้ไหม ในรอยจูบนั้น ฉันไม่ต้องการชื่อเสียงเกียรติยศ อำนาจ ยศถา อะไรเลย
รู้ไหม ในลมหายใจข้างเคียง ฉันไม่ต้องการเสียงเพลง ฉันไม่ต้องการบทกวีใดๆบนโลกนี้อีก
รูไหม ในอุ้งมือนั้น ฉันไม่ต้องการความอบอุ่นใดๆเลย เพราะแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
รู้ไหม ในแววตานั้น ฉันไม่ต้องการแสงอาทิตย์ในเวลากลางวัน และแสงจันทร์ในยามคำคืน
 
เพราะเธอเป็นของขวัญที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน  ช่วงเวลา 23 ปีที่ผ่านมา หากถามว่าอะไรลําค่าที่สุด เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ฉันคงไม่ตอบว่าปริญญาบัตรที่เรียนจนจบแล้วได้มา  กล้องถ่ายรูปที่ฉันมี สร้อยที่คอ แหวนที่นิ้ว แต่มันคือเธอ........ฉันกล้าพูดด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายที่มีตอนนี้และตรงนี้ ฉันพยายามทำทุกสิ่งให้ดีที่สุดเพื่อเธอ และอนาคตของเธอ...
การที่เราได้มาพบกันตรงนี้ อย่างไม่น่าเป็นไปได้ มันมากกว่าความบังเอิญ และโชคชะตาที่เล่นกล เธอเป็นของขวัญจากสิ่งที่เรียกว่า ชะตากรรม ที่นำพาเราพบกัน...
 
ของขวัญชิ้นนี้........ฉันจะรักษาด้วยชีวิต
 
หากชะตากรรมนำความรักนี้มาสู๋ชีวิตฉัน และถ้าวันใดวันหนึ่งชะตากรรมนี้อยากจะนำรักนยี้กลับไป ในวันนั้นก็ขอให้เอาชีวิตของฉันกลับไปพร้อมกันด้วย
 
เพราะตอนนี้ชีวิตของฉันไม่ได้มีชีวิตเดียวอีกแล้ว แต่มีใครบางคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต........ฉัน
 
วันเกิดปีนี้ มีความรู้สึกของเธอ เป็นของขวัญ ที่ฉันขอบคุณอย่างยิ่งจริงๆ ขอให้ของขวัญชื้นนี้อย่างได้สิ้นสุดลง แต่ขอให้มันไม่มีที่สิ้นสุด แม้วาระสุดท้ายของเราผ่านพ้นไปและวาระสุดท้ายของโลกได้ล่วงเลยมา ก็ขอให้ความรู้ของเราลอยล่องอยู่ในอวกาศอันกว้างใหญ่และคงอยู่อย่างไม่มีจุดจบ......ขอให้ความรักของเราไม่มีวันจบสิ้น..........
 
ขอบคุณ........ความรัก...............
 
special thank  :  กิฟต์ ที่รักของเค้า เค้าขอบคุณจริงๆที่มีตัวเองเข้ามาในชีวิต ขอบคุณความรัก ความหวังดี กิฟต์เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเค้านะ กิฟต์ทำให้เค้ารู้ว่าความรักคืออะไร ทั้งๆที่เค้าลืมมันไปแสนนานแล้ว เค้าขอบคุณจริงๆ  เค้กอร่อยมากๆ ของขวัญก็ทำให้เค้าดีใจมาก แต่ไม่ว่าตัวเองจะให้อะไรเค้าก็ตามที สิ่งเดียวที่ขอคือ ขอให้ตัวเองอยู่ข้างๆเค้าไปจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ไม่รู้สิ่งที่หวังนี้จะเป็นเช่นไร เพราะหนทางยังยาวไกลเหลือเกิน แต่เค้าจะทุ่มเททั้งชีวิตในแต่ก้าวที่ก้าวเดินของเรา และให้ตัวเองมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้จะเดินเคียงเธอ แม้ว่าปลายทางจะเป็นภูเขา ทะเล หุบเหว สวรรค์หรือนรกก็ตาม
 
                     : ครอบครัวที่เป็นห่วงเป็นใย และรักฉันไม่มีวันเสื่อมคลาย
                     : สิน หมวย เพื่อนรักที่ไม่เคยทิ้งกัน วันนี้ฉันมีความสุขจริงๆ ญ นู๋แต น้องสาวที่แสนดี
                     : และทุกคนที่ไม่ได้เอ่ยนาม แต่ฉันไม่ลืมที่จะขอบคุณจริงๆ
                     
ps : "รัก" แม้เขียนต่ออีกร้อยคำ ล้านประโยค บทสรุปของมันคือคำนี้.........
       และขอให้ "รัก" ของเราเหมือนดั่งเช่นกาลเวลา ที่วิ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา และหาจุดจบไม่มี
 
August 01

เพราะฉันพบเธอ....

 
 
    เพราะฉันพบเธอ...
 
 
 คงมีบางคราวเวลาที่เราตัดสินใจ จะเลือกทางซ้าย หรือขวาสักทาง
ไม่มีอะไรที่ทำให้เราแน่ใจ แต่ว่าสุดท้าย ต้องเลือกสักทาง
ผ่านทางแยกเหล่านั้น.....ที่ฝันสลาย !
ที่ฉันไม่เคยสมหวัง และผิดทุกครั้ง แต่มันทำให้ฉันได้เจอะความหมาย
เพราะฉันพบเธอ และได้รักเธอ มีเธออย่างนี้ นี่คือคำตอบ
ที่ใจฉันบอก ที่ผ่านวันนั้นก็เพื่อวันนี้ อะไรที่เคยทำ ที่เคยได้พลาดพลั้ง ที่ผ่านมานั้นไม่ผิดเลย
ไม่เคยเสียใจ...สักวัน กับชีวิตฉันได้พบกับเธอ
 
คือความบังเอิญหรือโชคชะตาที่เล่นกล คงเป็นเหตุผลอะไรสักอย่าง
บนทางยาวไกล ทางเลือกก็มีร้อยพัน แต่มันก็คั่นด้วยเส้นที่บาง
ผ่านทางแยกเหล่านั้น.....ฉันรู้ความหมาย !
ถึงฉันไม่เคยสมหวัง และผิดทุกครั้ง แต่มันทำให้ฉันได้เจอะความหมาย
เพราะฉันพบเธอ และได้รักเธอ มีเธออย่างนี้ นี่คือคำตอบ
ที่ใจฉันบอก ที่ผ่านวันนั้นก็เพื่อวันนี้ อะไรที่เคยทำ ที่เคยได้พลาดพลั้ง ที่ผ่านมานั้นไม่ผิดเลย
ไม่เคยเสียใจ...สักวัน กับชีวิตฉันได้พบกับเธอ
 
แล้วเธอรู้สึกไหม รู้สึกแบบเดียวกันได้ไหม ในทางเดินนี้แค่มีเราด้วยกัน
แม้ยังไม่เห็น แค่มีเธอเดินไปข้างฉัน จะไกลแค่ไหน ลำบากยังไง
เราจะไปด้วยกัน.....
 
และได้รักเธอ นี่คือคำตอบ ที่ใจฉันบอก......
 
............................................
 
         ความบังเอิญ ชะตากรรม ความน่าจะเป็น จะเรียกมันว่าอะไรก็แล้วแต่..... มันไม่สำคัญกับฉันอีกต่อ ฉันไม่ต้องการเหตุผลอะไรมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลานี้ เพราะฉันรู้สึกว่าสิ่งสำคัญที่สุดได้มาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว..... ฉันพบคนๆหนึ่งที่ทำให้ความรู้สึกที่หายไปแสนนานได้กลับคืนมา และความรู้สึกใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสได้เกิดขึ้นมาแล้ว
ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่ได้สร้างความรู้สึกอันยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่สายลมวูบหนึ่งแต่คงเป็นเกลียวคลื่นที่พัดมาตลอดกาลและตลอดไป.....
        เรามาพบกันเพราะอะไรได้ยังไง ฉันยังสงสัย และก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เราน่าจะได้พบกันพอๆกับการที่ไม่ได้น่าพบกัน แต่สุดท้ายก็ได้พบกัน พระเจ้าอาจจะกำหนดมา โชคชะตาที่ถูกขีดไว้แล้ว ความบังเอิญที่เกิดขึ้นได้หนึ่งในร้อยหรือหนึ่งในล้าน ความน่าจะเป็นตามหลักตรรกศาสตร์ จะอะไรก็แล้วแต่ ฉันได้พบเธอแล้ว....
 
ผีเสื้อตัวน้อยๆ ที่งดงามเหลือเกิน...
 
       เธอผ่านความเจ็บปวด ความเศร้า ความทุกข์มา แต่เธอก็ยังบินอย่างองอาจด้วยปีกน้อยๆที่แบกความฝันบางอย่างไว้ ผีเสื้อที่ยังยิ้มเสมอแม้ปีกที่สวยงามจะอ่อนล้า สายลมพัดจะกรรโชกแรง แต่เธอก็ยังบิน และยังยิ้มตลอดเวลา ฉันมาพบเธอ ฉันคนธรรมดาคนหนึ่งที่มาเห็นปีกที่อ่อนล้า ฉันไม่มีอะไรจะให้นอกจากกำลังใจ ความหวังดี ความจริงใจ ฉันมีให้แค่สิ่งที่มองไม่เห็นและหวังว่าสักวันเธอจะรู้สึกได้ ฉันอยากให้เธอบินไปให้สุดปลายฟ้า สุดความฝันของเธอ ฉันอยากไปด้วยนะ แต่ฉันไม่มีปีก ฉันไม่รู้จะตามเธอไปได้หรือเปล่า แต่ฉันจะวิ่งไปส่งเธอด้วยขาคู่นี้อย่างสุดกำลัง....
       แม้ว่าวันใด ผีเสื้อตัวนี้จะเข้มแข็งและบินทะยานไปได้เอง.....เพียงลำพัง และฉันอาจจะทำได้เพียงเฝ้ามองจากพื้นด้านล่าง ฉันก็ไม่เสียใจเลย เพราะฉันได้มอบกำลังใจ ความรู้สึกดีๆ ให้ผีเสื้อตัวน้อยไปแล้ว....นั้นคือปีกแห่งความฝันใช่ไหม
 
       แต่อย่างไรฉันก็อยากบินไปกับเธอ
 
       แม้ฉันไม่สามารถบินไปกับเธอได้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที
 
       อย่างน้อยๆ.......ก็เพราะฉันพบเธอ.......
 
จะไม่สัญญาอะไรกับผีเสื้อตัวนี้ จะไม่ผูกมัดตัวเองกับอนาคตแต่อยากจะเริ่มที่ปัจจุบัน
ไม่อยากให้ฟังคำพูดนับร้อย แต่อยากให้เห็นการกระทำนับพันกับความรู้สึกนับล้าน
ไม่อยากให้ฟังถ้อยคำหวานๆ แต่อยากให้รู้สึกถึงความจริงใจ
จะทำให้ดูเท่าที่ชีวิตคนๆหนึ่งจะทำให้ได้......เท่านั้นเอง..........
 
 
Spacial Thank : ขอบคุณพระเจ้า โชคชะตา ความบังเอิญ ความน่าจะเป็น อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ฉันได้พบช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต
                       ขอบคุณผีเสื้อตัวนี้ ที่ทำให้ฉันได้รู้สึกว่าหัวใจฉันยังเต้นอยู่ วิญญาณฉันยังคงอยู่ ตัวตนฉันยังคงอยู่ และความรู้สึกฉันยังเคลื่อนไหวอยู่
                       ขอบคุณความฝัน ที่ทำให้วันนี้เป็นจริง
                       ขอบคุณครอบครัว ที่ทำให้ฉัน รู้สึกว่ายังเป็นฉัน และบุญคุณเหลือล้น
                       ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้
                       ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ให้ฉันได้พบเธอ.....
 
PS :     ยังมีหลายล้านความรู้สึกที่บรรยายออกมาไม่ได้....
           ฉันอยากจะไปกับเธอ เคียงข้างเธอ ไม่ว่าเส้นทางนั้นจะนำเราไปสู่อะไรก็ตามที........  
 
.............................................................................. 
 
 
 
 
February 24

Be All Eyes !!!

 
 
 
Be All Eyes !!!
 
 
 
                  ช่วงสับสนชีวิต........เลยคิดอะไรไปเรื่อยๆเปื่อยๆ แต่กลับมาค้นพบอะไรบางอย่าง
                                 ที่อาจจะไม่มีความหมายอะไรเลยก็ได้ หรืออาจจะแค่รู้สึกไปเอง แต่อย่างน้อยฉันคิดว่ามันสำคัญกับฉัน.............
                  
                  เดินออกไปถ่ายรูป พบกับช๊อต ช๊อตหนึ่งซึ่งฉันดูคุ้นเคยกับมันมากมายเหลือเกิน......เราเคยมาที่นี่ก่อนหรือ ? มากับใคร เมื่อไหร่ เราเคยฝันถึงที่นี่หรือ จะฝันได้ยังไง ในเมื่อเราไม่เคยมีประสบการณ์กับสถาณที่นี้มาก่อน แค่ความรู้สึกหรือ ? มันชัดเจนเกินไป........
                  อาจจะเป็นปรากฏการณ์ De ja Vu ที่เกิดขึ้นกับฉัน แต่ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้น........มันเหมือนเราเคยพบกับมันจริงๆ มีโปสการ์ดใบหนึ่งซื้อมาจากงานแสดงศิลปที่จุฬา ไม่รู้ทำไมถึงซื้อ ไม่มีเหตุผล ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ชอบด้วย จะว่าติดใจคนขายก็ไม่ใช่.......แต่ซื้อมาเพราะว่ารู้สึกว่าในห้องฉันเคยมีหรือควรมีไว้ ก็บอกไม่ถูก
                  พบคนในเอ็ม ใครบางคนที่รู้สึกเหมือนเคยคุยมาก่อน เฮ้ๆๆ เราเคยคุยกันมาก่อน ฉันจำได้ ทั้งที่เราไม่เคยคุยกันด้วยซํา แต่ทำไมเราถึงเหมือนเคยคุยกันมาก่อนล่ะ แล้วเราสองคนกลับคาดเดาอะไรของกันและกันได้หลายอย่าง.........แต่วันรุ่งขึ้นต่อมาเรากลับไม่คุยกันสักคำ และไม่ก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน......ฉันคิดมากไปมั้ง
                  ชีสบัน.......เมื่อกินปุ๊บ อดีตบางอย่างก็พรั่งพรู......แปลกเหมือนกัน ในนั้นใส่ความทรงจำไว้ด้วยหรือ
 
                  เดินมาเจอเด็กชิโนรสคนหนึ่ง ฉันรู้สึกเหมือน 6 ปีก่อนเราเคยเจอกันนี่นา สมัยที่ฉันเรียนอยู่ที่นั่น นี่มันอะไรกัน นอกจากนี้กลิ่นนําหอมที่คุ้นจมูก หนังสือเก่าจากร้านขายหนังสือ คนเดินผ่านที่ไม่เคยรู้จัก ทำไมรู้สึกเหมือน เราเคยพบกันมาก่อน ทำไมเหมือนว่าช่วงเวลานี้ฉันเคยผ่านมาแล้ว ทำไมรู้สึกเหมือนว่าใครมากรอเทปชีวิตม้วนนี้กลับ
 
                 ใจล่องลอยไปถึงความคิดที่ว่า นี่ฉันอยู่ในร่างใคร นี่ตัวเราหรือเปล่า เรากำลังอยู่ในความฝันของใคร เราอยู่ในนิยาย เรื่องราวของใครหรือเปล่า ใครกำลังกำหนดพล๊อตเรื่องของเรา นี่ฉันไม่ขำเลยนะให้ตายสิ......ความรู้สึกแบบนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันไปเตะบอล ฉันยิงได้ 2 ประตู รู้สึกเหมือน 2 ประตูนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน รู้สึกเหมือนมีใครเคยเอาสคริปต์เรื่องนี้ให้อ่าน ทำไมกันนะ ความรู้สึกแบบนี้.......
                 ย้อนมานึกถึงเรื่อง the matrix กับ dark city แอนเดอร์สัน กับ เมอร์ด๊อก เหมือนกันอยู่อย่างคือ เขาไม่ได้อยู่ในโลกของความเป็นจริงแต่อยู่ในโลกของการปรุงแต่ง เรื่องราวเกี่ยวกับอัตตวิสัย ภาววิสัย.....ปรัชญาต่างๆ ฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่จินตนาการบนแผ่นฟิลม์ แต่ฉันกลับรู้สึกเช่นนั้นจริง.......ของบางสิ่งที่ฉันเคยสัมผัสครั้งแรกทำไมถึงมีความทรงจำกับสิ่งนั้นมาก่อน และเคยรู้สึกไหมว่าช่วงเวลาบางช่วงชีวิตของเราทำไมมันเหมือนเทปที่ขาดตอน......มันมีความทรงจำบางอย่างสูญสลายไปหรือเปล่า เราอาจจะไม่ได้ลืม แต่อาจเป็นเพราะไม่เคยมีความทรงจำในช่วงเวลานั้นอยู่ แม้แต่ในไดอารี่ที่ฉันจดไว้ ช่วงเวลานั้นมีอยู่จริง เกิดขึ้นจริง แต่ทำไมฉันจำได้แต่นึกภาพไม่ออก แต่บางอย่างฉันไม่เคนสัมผัสแต่รู้สึกเหมือนเคยสัมผัสมาก่อน.......แปลกใจมาก เอาไดอารี่มาอ่านทำไมจำแมตช์ฟุตบอลที่แข่งตอน ม.6 ไม่ได้ทั้งที่จดไว้ในไดอารี่ว่าฉันทำอะไรไปบ้างแต่กลับจินตภาพไม่ออก เพราะอะไรนะ ทำไมของบางอย่างที่เก็บไว้อย่างตลอดมามันหายไป รูปถ่ายสมัยประถม 3 ถึงหายไปนะ หรือว่าฉันไม่ได้อยู่ในช่วงเวลานั้น หรือใครมาเอามันไป...... ล่าสุดเร็วๆนี้ไปรื้อกองหนังสือที่ซื้อสะสมไว้ ฉันซื้อไอ้เล่มนี้มาตอนไหนเนี่ย........?
                 
                 หลงลืมหรือไม่มีอยู่จริง.........
 
                 ความทรงจำกับนักศึกษาคนหนึ่ง.......ใครกันนะ ไม่ใช่ว่าเธอน่ารัก หรือฉันบ้าไปแล้ว แต่รู้สึกเหมือนเคยเจอกันมาก่อน จำชื่อไม่ได้ หรือไม่เคยรู้จัก.......ไม่รู้นะแต่เหมือนว่าเราจะเคยพบกันมาก่อน ถ้าเดินไปใกล้ให้อยู่ในระยะที่เห็นกันได้ชัด รับรองได้ว่าต้องจำกันได้แน่ก็เรลยตรงรี่เข้าไปเพื่อเดินสวนกัน.......จนอยู่ในระยะที่เดินสวนกันพอดี ก็มองหน้าเธอ เธอมองหน้าฉัน แบบว่าต่างคนต่างสงสัย.......จนกลับมาบ้านเปิดหาหนังสือรุ่น ไม่เจอใครที่ใกล้เคียง........
                 ทำไมน้า.......
                 เพื่อนคนหนึ่งจบรัฐศาสตร์จุฬามา เราไปเจอกันที่มหิดล ทำไมแอนถึงบอกว่าคุ้นหน้าเรา และเราก็คุ้นหน้าแอน..........ไม่เข้าใจ ไม่มีเหตุผล ทั้งๆที่เราไม่เคยพบกันมาก่อน หรือไปรื้อรูปถ่ายรูปหนึ่งเป็นรูปปลาที่เคยเลี้ยงไว้........แต่ทำไมไม่เคยมีความทรงจำนี้ในหัว.........
 
                  ไม่เข้าใจ
 
                  เป็นไปได้ไหมว่าเราไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงเรากำลังอยู่ในอะไรบางสิ่งบางอย่างที่กำหนดทุกสิ่งให้เรา หรือวันนี้เราเป็นเราแต่พรุ่งนี้เราลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นคนอื่นโดยไม่รู้ตัว แล้วเราก็หลงคิดว่าเราเป็นคนคนนั้นจริงๆ หรือฉันอาจจะสลับกับตัวฉันอีกคนหนึ่งในโลกคู่ขนาน หรือว่าความทรงจำบางส่วนของฉันถูกใครขโมยไปหรืออาจถูกแต่งแต้มขึ้นใหม่ หรือว่าคนบ้าในโรงพยาบาล คนเสียสติทุกคนอยู่ในความจริง เขาสัมผัสความจริงแท้อยู่ แต่ทุกคนกำลังอยู่ในโลกมายา.......
       
                  เพราะอะไรไม่เข้าใจเลยจริงๆ
 
                   ความรู้สึกหรือความทรงจำ เหตุผลหรืออุปทาน
       
                  ฉันว่าในตัวเราทุกคนยังมีหลายสิ่งที่ยังไม่เคยพิสูจน์หรือพิสูจน์ไม่ได้แน่ๆ............
 
                                                                                            Be All Eyes !!!
                  ต่อไปนี้จะไม่ให้อะไรคลาดสายตา
 
                                   ทั้งทุกความรู้สึก ทั้งทุกความทรงจำ ทั้งทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ..............
 
 
                  
February 06

IN THE NAME OF LOVE......

IN THE NAME OF LOVE..........

 
 
 
                                                                                   
 
 
                                                                          IN THE NAME OF LOVE.........
 
 
 
 
                        เคยถามตัวเองหลายครั้งมาก กับความหมายของทุกสิ่ง........ ว่าแท้จริงแล้วแก่นลึกๆของมัน คืออะไร ? กับอะไรหลายๆสิ่ง ที่เคยผ่านเข้ามา พยายามแสวงหาสิ่งที่เราไม่รู้ ที่สุดปลายฟ้า ที่สุดขอบโลก ที่ปลายทางช้างเผือก หรือสิ่งที่ใหญ่โตอย่างเช่น จักรวาล หรือไวรัสที่เล็กจนเกินสายตาสัมผัส แต่สิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งในใจ......กลับไม่มีทฤษฏีใดมาตอบคำถามของฉันได้ ทั้งที่ๆรอแล้วรอเล่า ที่ให้คำตอบนั้นมาปากฏมาเอง ทั้งๆที่แสวงหาแล้วแสวงหาอีก........ แต่สุดท้ายกลับไม่พบคำตอบนั้นเลย..........
                        กลับมาทบทวนอีกครั้ง กลับสู่จุดเริ่มต้นของคำถาม ที่จุดเริ่มต้น มีคำตอบอยู่ในตัวเอง....... มันคงเป็นปัญหาขนตา มันอยู่ใกล้ตาเรามากที่สุด แต่เรากลับไม่มีปัญญานับมันว่า มันมีกี่เส้น......
                        ความรัก คืออะไร ฉันไม่เปิดหาจากตำราทุกเล่มแล้ว......ฉันไม่สืบค้นจากทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเมื่อก่อน ฉันไม่แสวงเพียงเพื่อจะพบพานกับเธอ เพราะเธออยู่ในใจอยู่ในกายฉันตลอดมา.......ความรัก คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง คือ ความหวัง ความฝัน ความเป็นจริง จินตนาการ......
                        ทำไมฉันจึงเชื่อเช่นนี้ ทั้งๆที่ปลายทางแห่งคำถามอาจเป็นคำตอบที่ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองใหม่ทั้งหมด.......เพราะว่า....... เธอบอกฉันเอง........
 
                        ฉันเคยปลดปล่อยตัวเองจากความรักที่มีต่อทุกสิ่งครั้งหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็พยายาม จากความรักที่ล่มสลาย ฉันพบว่าฉันแทบไม่เหลือคุณค่าอะไรเลย ไม่แม้แต่นิดเดียว ปลดปล่อยตัวเองจากครอบครัว จากความหวัง ความฝัน จากเพื่อน จากสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ตัวเอง.......คำตอบที่ได้เมื่อไม่มีรัก ก็คือ ความว่างเปล่า เดินออกไปวันๆ ไม่มีค่า ไม่มีความหมาย ไม่มีหนทาง จนฉันคิดว่า ถ้าปลดปล่อยมันแบบนี้ เราก็ไม่แตกต่างอะไรกับธุลีบนอากาศลอยไปเรื่อยๆจนแตกดับไปเอง...
                        เธอกระซิบบอกฉันว่า ฉันอยู่กับเธอตลอดมา แต่เธอไม่มองเห็น ไม่ใส่ใจ ไม่รับรู้เอง....... ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อเสียงนั้น จนกระทั่งลองฟังเธอดีๆ เธอบอกว่าฉันยังเหลืออะไรอยู่........เธอบอกว่าฉันยังอยู่บนเส้นทางแห่งความรู้สึก แต่ฉันกำลังถลำออกนอกเส้นทางนั้น เมื่อหันกลับไปดูก็พบว่ามันจริง......ครอบครัว ทุกคนที่เคยโอบกอด เพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้าง สุนัข 2 ตัวที่ค่อยเลียแขนขาหน้าตา ปลาในอ้างกระกระโจนโผงผางยามเห็นฉันมาให้อาหาร กระดาษกับดินสอที่เป็นได้ทุกอย่างสำหรับฉันในโลกจินตนการและความจริง กล้อง 3 ตัวที่คอยบันทึกทุกความรู้สึก หนังสือกองโตที่คอยบอกว่าฉันยังไม่รู้อะไร ลูกฟุตบอลกับสนามที่บอกฉันว่า ในบางครั้งฉันคือกวีที่สร้างสรรจังหวะของความเคลื่อนไหวด้วยเท้าทั้งสอง .......... เธอ คือทุกสิ่งทุกอย่าง และฉันกำลังจะกลับไปหาเธอ.......ความรัก
 
                         ตอนนี้เธออาจจะยังไม่มีตัวตน เพราะเธอใช้ตัวตนเดียวกับฉันอยู่ เธอบอกว่าเธอคือความเอิ้อเฟื้อเผื่อแผ่ เธอคือความเมตตาสงสาร เธอคือความเศร้า เธอคือความสุข ทุกสิ่งทุกอย่างทุกความรู้สึก มีเธอมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เธอ คอยคําจุนร่างเนื้อของฉัน คอยประคองจิตวิญญาณของฉัน ให้มีอะไรบางอย่างเพียงพอสำหรับวันพรุ่งนี้
 
                         คอยก่อนนะ ความรัก ฉันจะอยู่กับเธอตราบนานแสนนาน จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เธอเสียสละมากมายสำหรับฉัน สำหรับมวลมนุษย? ธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกอย่าง...... สักวันหนึ่งฉันจะพาเธอไปพบคนๆหนึ่งๆ ที่เธอจะเติมเต็มเศษเสี้ยวที่ขาดหายไปของเธอ......แต่เธอจะรู้สึกอย่างไรกับฉัน ฉันไม่รู้นะ แต่รู้ว่าเธอต้องชอบเธอแน่ๆ ฉันคิดว่าสิ่งที่จะมาเติมเต็มให้กับเธอก็คือเธอคนนี้..........
                         เธออาจจะมีใครอยู่แล้วหรือเธอที่เป็นของเธออาจจะไม่ใช่เศษเสี้ยวที่ยิ่งใหญ่ที่จะมาเติมเต็มเธอของฉัน แต่ฉันมั่นใจในทุกความรู้สึกของเธอจะส่งถึงเธอแน่นอน  ถ้าพระเจ้ากำหนดให้เธอของเธอกับเธอของฉันเป็นส่วนเติมเต็มที่โชคชะตากำหนดมาให้เรารู้ว่าเรามีความหมายมากมาย ความรู้สึกหลากหลายต่อกันและกันอย่างแท้จริงแล้ว เราทั้ง 4 จะเป็นหนึ่งเดียวกับ เป็นความหมายของความรักที่สมบูรณ์แบบในรูปแบบความหมายที่ลึกซึ้งของเราและเปี่ยมไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์พึงมี
                         หากเป็นจริง อย่ากลัวเลยกาลเวลา เราทั้ง 4 จะข้ามผ่านพ้นมันไปได้อย่างแน่นอน อย่ากังวลเลยระยะทาง มันไม่มีความหมายใกล้ไกลทางความรู้สึกอย่างแน่นอน อย่ากลัวความตาย เรายิ่งใหญ่กว่านั้น.......
 
                         แต่ตอนนี้ ความฝันของความรักเธอกับฉันมาช่วยกันนะ สร้างมันให้เป็นจริงก่อน ครอบครัว ญาติพี่น้อง จุดมุ่งหมายต่างๆ สร้าวสรรมันก่อน ขอเวลากับฉันอีกนิดกับความฝันต่างๆ หากเราทำสำเร็จ เธอของเธอ และเธอของฉัน และเธอของเราและเราของเธอ จะอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น........
                                                                                   หากพระเจ้าสร้างมาให้...........
 
 
                         และสิ่งที่ทำได้ในเวลานี้ สำหรับเธอ คือ ส่งความรู้สึก.................
                         แม้ผิดหวังฉันจะอยู่ข้างเธอ และเธอจะอยู่ข้างฉัน และเราไม่ได้โดดเดี่ยวแน่นอน
                         และเราจะยืดอกภูมิใจว่า เรา มีความคิด ความรู้สึก ความรักบริสุทธิ์มากมายเพียงไร
                         แม้ว่าเธอและเธอจะไม่ต้องการก็ตามที........
 
                                                                                  
                                                                                   ความรักของฉัน.........จับมือฉันให้มั่นไว้นะ
                                                                                   เพราะฉันจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอ.........
                                                                                                 เช่นกัน.
 
                          และเราจะไปหาเธอของเธอ และเธอของฉัน และเธอของเรา
                          แม้ว่าเราจะไม่ผิดหวังหรือสมหวังเลยก็ตามที ขอแค่เธอของเธอ เธอของฉันและเธอของเรามีความสุขอยู่กับอะไรก็ตาม........
                          เพราะว่านี่ คือ ความรัก..............
                         
December 02

Goodbye My Friend.....

 
 
 
                                                               Goodbye My Friend.....
 
                 
 
                      
 
 
                      ไม่มีใครที่เข้ามาและจะไม่มีวันพ้นไป............
                      ประโยคนี้แสดงซึ่งสัจธรรมได้อย่างดีที่สุด...........
                      ฉันเข้าใจมันตั้งแต่แรกได้ยิน ทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง มีเกิดมีดับสูญ
                      แต่วันนี้.........ฉันกลับทำใจไม่ได้เมื่อมาเกิดเหตุการณ์ดังประโยคนี้กับตัวฉันเอง.........
 
 
 
                                                           
                                                                             ตี 4 กว่าของวันนี้ ขณะที่ฉันกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ ฉันแล้วเอื้อมมือไปดึง
                                                                             สายชาร์จแบตโทรศัพท์ออกจาปลั๊ก มือกลับไปโดนปลั๊กพัดลม   แซ๊ะ !
                                                                             ไฟดับทั้งบ้าน........ นั่นเป็นเซนส์อย่างหนึ่งหรือเปล่า
 
                     
                      
                      ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ฉันก็คิดถึงหมอนี่อยู่ ปกติแล้วทุกศุกร์ เวลาคำๆ
                      เราต้องออกไปหาอะไรกินกัน กับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เป็นนักเรียนตำรวจ
                      แต่หลังจากที่ฉันเข้ามาเรียนโท เวลาก็น้อยลงเหลือเกิน จนกลายเป็นช่วงเวลานานๆครั้ง
                      ครั้งสุดท้ายที่พบกับเขา ก็คือ เมื่อเดือนที่แล้ว  แล้วมันก็เป็นครั้งสุดท้าย จริงๆ.......
 
         
                                                                             จนกระทั้งโทรศัพท์เมื่อตอน 10 โมงเช้า........
 
 
                                                                             
 
                       นริศ บุญเรือง
 
                                         ชายหนุ่มผู้เป็นไปด้วยพลังแห่งชีวิต เพื่อนสนิทคนหนึ่งของฉัน........ ฉันกับนายพบพานกันเมื่อ 6 ปีก่อนใช่ไหม เป็น 6 ปีที่แสนสั้น มันสั้นมากจริงๆ ฉันจำวันนั้นได้ดี ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก นายถือสมุด ที่หน้าปกแปะภาพวงดนตรีร๊อคของอเมริกามา ฉันจำไม่ได้ว่ามีวงอะไรบ้าง แต่หนึ่งในนั้น มี ภาพของเคิร์ท โคเบน แห่งวง เนียวาน่า นายใส่หูฟังตลอดเวลา แล้วก็มาเจอฉันที่ตรงลานด้านล่าง จำได้ไหม ตอนนั้นฉันก็มีวอร์คแมนเสียบหูอยู่ จำได้ไหม แต่ฉันฟัง โปรเกรซซีฟ แบบดรีม เธียร์เตอร์ แล้วเราก็รู้จักกัน......
                                         แม้แต่ตอนเล่นบอล จำได้ไหม เราไม่เคยเลยที่จะอยู่ฝากเดียวกันของสนาม เพราะนายถนัดเท้าขวา และฉันถนัดเท้าซ้าย  เวลาได้ลูกตั้งเตะ เรามักจะชอบแย่งกันยิงอยู่บ่อยๆ  ฉันจำคำคืนหนึ่งบนโรงยิมได้ดี วันนั้นเราแข่งฟุตซอลกับทีมรุ่นพี่ น่าเสียดายนะที่เราพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ จำได้ไหม ตอนครึ่งหลังอ่ะ นายเปิดบอลจาก สุดเส้นหลังเข้ามาให้ฉันชาร์จเข้าไป ประตูนั้นยังอยู่ในความทรงจำของฉัน...... ไม่ได้จากการยิงของฉัน แต่จากการเปิดบอลอย่างเหมาะเจาะของนาย......
                                         ตอนยิงจุดโทษตัดสิน ฉันเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไปซัด..... ยิงด้วยเท้าซ้ายเต็มแรง แต่โกล์ฝั่งนั้นปัดได้ ฉันจำมันได้ดี ไม่ใช่เพราะฉันยิงไม่เข้า แต่เป็นเพราะ สีหน้าของนายในตอนนั้น  "ไม่เป็นไร... อย่าคิดมาก โอกาสหน้ายังมี" นายไม่ได้ให้โอกาสในการแข่งขันฟุตบอลต่อไปให้ฉัน แต่นายให้โอกาสในการมองชีวิตแบบใหม่กับฉัน...
                                         นริศ วันนั้นฉันบอกนายว่า "สุดท้ายของความพ่ายแพ้และชัยชนะ คือ สิ่งเดียวกัน มันไม่ใช่การสิ้นสุด แต่เป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่อยู่ตลอดเวลา" ทั้งๆที่ตอนที่ฉันยิงพลาด ฉันแทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นเลย......เพราะกำลังใจจากนาย ทำฉันกล้าพูดคำนี้ออกมา........
                                         ฉันชอบเวลาเราทำงานกลุ่มด้วยกัน เราสนุกสนานกับความคิด มีครั้งไหนไหมที่เราทำงานแล้วออกมาพลาด แทบนับครั้งได้......จริงไหม เราสนุกสานกันมาก แม้ในช่วงเวลาคับขัน จำวิจัยเรื่องสุดท้ายของเราได้ไหม การปฏิวัติ 2475 ที่เรานั่งช่วยกันทำกับเจ้าอเนกแบบมาราธอน 20 กว่าชั่วโมงรวด ไม่ได้หลับไม่ได้นอน.....งดงามเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำมาก......และฉันจะจดจำไว้ไม่มีวันลืมเลือนเลย
                                         นายเป็นคนแนะนำอะไรให้ฉันบ้างนะ จำได้ไหม นายเคยสอนสนุ๊กเกอร์ฉัน ตั้งแต่ฉันยังแทงแทบไม่โดนลูก จนมาครั้งล่าสุดที่เราเล่นกัน นายบอกว่าฉันเล่นได้ดีขึ้นเยอะ เพราะนายได้ทิ้งอะไรเล็กๆน้อยๆ ไว้ให้ฉันได้จดจำ...... นายสอนวิธีการปรับตัวเข้ากับสังคม ในการทำงาน ในหลายสิ่งหลายอย่าง นายไม่ใช่แค่เพื่อนที่กิน เที่ยวด้วยกัน แต่ยังฝากอะไรหลายๆอย่างไว้ให้ฉัน
                                         ฉันชอบบ้านนายมากนะ มีสวน ท่ามกลางธรรมชาติ ครั้งหนึ่งที่ฉันเคยไปนอนที่บ้านนาย(ขอบคุณที่อุตส่าห์โทรไปโกหกที่บ้านฉันว่าทำรายงาน5555) ฉันหายออกมาตอนตี 3 มานั่งดูดาว ฟังเสียงนก แมลงกลางคืน อยู่ข้างนอกคนเดียว ฉันรู้ว่านายสังเกตเห็นฉัน แต่นายกลับปล่อยให้ฉันอยู่ในโลกส่วนตัวแบบเงียบๆ  ฉันเคยพานายเข้ามาในโลกส่วนตัวของฉัน..... จำได้ไหม ห้องของฉันที่มีเพื่อนเพียงแค่นายกะเพื่อนของฉันอีกคน ที่เคยพาขึ้นมา.......โลกใบเล็กๆของฉัน ฉันเปิดใจให้นายเช่นกัน
                                         วันรับปริญญาของพี่ชายนาย พี่ติ วันนั้นสนุกมากที่เราได้เห็นใครที่รักประสบความสำเร็จ
                                         วันเกิดนายที่ฉันให้บ้านจำลอง เป็นโมเดลไขลานที่มีเสียงดนตรีเป็นของขวัญวันเกิด นายยังเก็บมันอยู่ใช่ไหม.......
                                         วันที่เจ็บเจียนตาย นายก็เป็นคนปลอบโยนฉันใช่ไหม ว่าฉันต้องพบพานคนดีๆ คนที่เข้าใจกัน 
                                         วันที่ฉันหายไป ฉันบอกนายว่าฉันขอไปค้นหาตัวเองนะ แล้วเงียบหายไปหลายเดือน แม้แต่งานรับปริญญาของฉัน ของนาย ของเพื่อนๆ ฉันก็ไม่ได้ไปรับ มีนายที่รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง ขอโทษจริงๆเพื่อน ทุกวันนี้ฉันยังหาไม่เจอเลย 
                                         วันนั้นที่ตรอกข้าวสาร นายบอกฉันว่าฉันเป็นคน ego สูง มีโลกส่วนตัวสูง ฉันเข้าใจความหมายของนายนะ ฉันขอบใจที่นายเปิดใจ ยอมรับความเป็นตัวตนของฉัน.....
                                         วันที่นายเข้าทำงานที่แบงค์ไทยพานิชย์ จำได้ไหม พวกเราเรียกนายว่าไง นายแบงค์คนใหม่.......
                                         วันไหนๆเราก็ยังมีกันและกันใช่ไหม.......
 
 
                                                                      แต่มาวันนี้ไม่มีนายอยู่บนโลก
                                                                                        แต่จะมีนายอยู่ในใจฉัน........ตลอดดไป...........
 
                                                                                        
 
                                                                                         มีเรื่องมากมายที่ฉันอยากบันทึกถึงนายแต่นําตามันบังตาจนฉันมองไม่เห็นจอกับคีย์บอร์ดแล้ว
                                                                                         วันนี้ฉันอยู่บ้านคนเดียว......ฉันจึงร้องไห้ได้เต็มที่.........ถึงฉันกำลังร้องไห้อยู่คนเดียว ฉันกลับรู้สึกว่า
                                                                                         นายกำลังยืนตบบ่าฉันอยู่ข้างๆแล้วบอกฉันว่า "ไม่เป็นไรนะ"
 
                                         นี่ๆ เพื่อนรักฉันมีสิ่งหนึ่งจะบอก ฉันอยากบอกนายมานานเหลือเกิน
                                         "ฉันรักนายว่ะ" ไอ้นะ ได้ยินไหม ฉันรักนาย ฉันรักเพื่อนอย่างนาย
                                         ทำไมฉันไม่พูดตั้งแต่วันนั้นไป ทำไมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้ยินฉันไหมเพื่อน ?
                                         เห็นนําตาฉันไหมเพื่อน ได้ยินเสียงครําครวญไหม ?
                                              
                                                                   ได้โปรดนะ ขอให้นายรับฟัง ของให้เสียงข้างในจิตใจของฉันไปสู่นาย
                                                                   ขอให้วิญญาณของนายได้ยินเสียงของฉัน ได้โปรดเถอะ.......
                     
                                         ขอให้นานได้ยิน สัมผัส รู้สึก และรับไปทุกๆอณูของความรู้สึกที่ฉันมี ได้โปรดเถอะ.........นะ
 
 
 
....................................................................................................................................................................
 
 
                                         ฉันสูญเสียอีกแล้ว........ไม่ใช่แค่คนๆหนึ่ง แต่สูญเสียความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มากมาย
 
 
                                         
                    ทำไมคืนนั้นนายถึงไม่โทรมาชวนเหมือนเคย
                    ทำไมคืนนั้นฉันจึงไม่ได้ออกไปกับนาย
                    ทำไมคืนนั้นไม่มีฉันคอยอยู่ข้างๆกายนาย
                    ทำไม........ต้องเกิดเรื่องแบบนี้
                    ทำไมนําตาไม่หยุดเสียที..............
 
 
 
                                                                         ฉันจะร้องเพลงให้นายฟังนะ......อยู่ข้างๆฉัน แล้วฟังนะ เพื่อนรัก
 
                                               ทุกสิ่ง
 
 
                                                                                                 พรู
 
                                                       
 
                                               ทุกสิ่ง ที่ใจฉันเคยใฝ่หา กับวันที่ผ่านพ้นมา นายทำให้ฉันได้มี
                                                                                        เวลาที่ดี...........
                                               ยิ่งอยากให้รู้ใจฉันมี มีนายเอาไว้ตลอดทุกที่ ในตอนที่ฉันไม่เหลือ
                                                                                        ใคร..........
                                               ก็ยังมีนายปลอบโยนหัวใจ......
 
                                                                                         "ก็เพราะทุกอย่าง ที่นายเคยได้ทำ นั้นเปลี่ยนใจ
                                                                                           ที่เคยบอบชํา
                                                                                          ความอ่อนโยนทุกๆถ้อยคำ คอยเติม และทำให้ความหวังของฉัน
                                                                                           กลับมา........"
 
                                               ฉันอยาก...ให้นายได้รู้สักครั้ง ให้ใจของนายได้ฟัง
                                               นายทำให้ฉันได้มี เวลาแสนดี ยิ่งอยากให้รู้ในใจฉันมี
                                               มีนายเอาไว้ตลอดทุกที่เวลาที่ฉันไม่เหลือใคร
                                               ก็ยังมีนายปลอบโยน.......หัวใจ 
 
 
                                                               แม้โลกจะเปลี่ยนไป......สักเท่าไหร่
                                                               แม้ว่าความสดใส.........จะจางหาย
                                                               แม้ฉันจะต้องเจอ........แม้ความตาย
                                                               แต่จากนี้
                                                                         ต่อจากนี้
                                                                                   จากวันนี้.............
 
 
                                             .................................................................
 
 
 
                                  สมเพชตัวเองจริงที่ทำอะไรให้นายไม่ได้เลย ฉันทำให้นายได้แค่นี้เอง..........
                                  รับไว้เถอะนะ........ความรู้สึกที่ฉันมีให้..........
                                  ขอให้นายหลับลงอย่างเป็นสุข......... เท่านั้นพอ..........
 
 
 
 
 
 
 
.............................................
 
ถึง : ครอบครัวบุญเรือง ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แต่กับครอบครัว แต่เป็นการสูญเสียของสังคมนี้ด้วย ที่สูญเสียคนดีๆไปคนหนึ่ง คนที่กำลังมีอนาคตที่สดใส
ขอบคุณพ่อ พี่ติ อาชัย สำหรับคำแนะนำดีๆตลอดมา......
ถึง : เพื่อนๆมหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี รัฐประศาสนศาสตร์ 44/11 รุ่นพี่ รุ่นน้อง กับการสูญเสียครั้งสำคัญที่สุดของภาควิชานี้
 
 
 
 
.............................................
 
ถึงนริศ : ฉันอยากย้อนเวลาได้ ฉันจะไปเปลี่ยนแปลงและเอาชนะชะตากรรมนี้เอง........
           ชะตากรรม มันโหดร้ายมาเนอะ ทั้งกับฉันและกับนาย
          ถ้าชะตากรรมอยากจะทำร้ายใครอีก ขอให้มาทำร้ายที่ฉันเป็นคนแรก แต่จงอย่าทำร้ายใครคนอื่นเลย ฉันจะไม่เสียใจเลย
           ฉันขอให้นาย หลับ  ลง   อย่าง  สงบ............
          ความฝันที่นายมีฉันคงสานต่อให้ไม่ได้........ แต่กับความฝันของฉัน ฉันจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด เผื่อนายด้วย......เพราะฉันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่นายให้มา
          
                                                                                                                                    รัก
 
 
............................................
 
ถึงตัวเอง : ไม่มีคำบรรยายใด บรรยายความรู้สึกของเราได้เลย........
              " ★ "  ผมขอยืมบ่าของคุณได้ไหม ในตอนนี้ ?........
 
 
 
............................................
            
 
 
 
                              แล้วสักวัน.........เราคงได้พบกัน............อีกครั้ง....................
 
            
 
                                         
                                        
                                      
                               
 
                                 
                     
                                                                                        
November 27

Form & Content...

 
 
                                                                          Form & Content...
 
 
 
 
                 รูปแบบกับเนื้อหา 2 สิ่งนี้ต่างกันมากมาย แต่ว่าหลายต่อหลายครั้งที่เราไม่สามารถแยกมันออกได้ว่าอะไรคือ รูปแบบ อะไรคือเนื้อหา  และหลายครั้งที่เราไม่สามารถแยกมันออกจากกันได้ และหลายครั้งที่เราคิดว่ามันคือสิ่งเดียวกัน
                 การหักเหของแสงในทะเลทรายทำให่เกิดภาพลวงตา ให้เห็นโอเอซิส แสงสะท้อนจากภูเขานําแข็งที่อาร์ติค ที่แอนตาร์กติก้า มันสามารถลวงตาเราให้เห็นสิ่งที่ไม่เป็นจริงได้ หรือ DeJa Vu ที่เราสร้างมันขึ้นมาภายในจิตใจ สิ่งเหล่านี้อาจจะหลอกตาเรา ไม่ให้ให้เห็นสิ่งที่มันมีอยู่ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ฉันคิดว่ามันพาเราหลงทางไปได้มากกว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และจิตวิทยา คือ ความคิดของเราเอง และสิ่งนั้น คือ การมองบางสิ่งบางอย่าง การคิดบางสิ่งบองอย่าง จากสองสิ่งที่เรียกว่า     Form กับ  Content...
                
 
                  สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็น ชอบคำกล่าวนี้มากกมาย มันไม่ใช่ปรัชญาที่ลึกซึ้ง ไม่ใช่โวหารคมคายที่ผ่านหู แล้วออกไป ฉันชอบคำพูดนี้มากมาย เลยการมาเป็นความคิดแง่มุมหนึ่งเล็กๆ ในสมอง และฉันเชื่อว่าคำกล่าวนี้ หมายถึง 2 สิ่งนี้ ที่เรียกว่า Form และ Content นั่นเอง
                  
                  ฉันไม่ใช่นักปรัชญา ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ ฉันนิยามความหมายมันให้เป็นที่รู้ทั่วกัน ให้มันเป็นพาราไดม์ไม่ได้หรอก แต่ฉันมโนภาพขึ้นมาเป็นมุมเล็กๆในใจเท่านั้น..........
                  รูปแบบบ่งบอกเนื้อหา หรือเนื้อหาบ่งบอกรูปแบบ ฉันไม่รู้หรอก แต่รู้ว่าบางครั้งสองสิ่งนี้มันลวงตาเราจนทำให้เราไม่เห็นสิ่งที่เป็น (ฉันไม่ขอใช้คำว่าความจริง เพราะปรัชญาโพสต์โมเดิร์นของฉัน ฟริดิช นิตเช่ เคยมองว่า ความจริง ไม่มีในโลก มันขึ้นอยู่กับเพอร์สเปคทีฟ ของแต่ละคนเท่านั้น เนื้อหามากกว่านี้ม่ะรู้ เพราะฉันอ่าน text ได้งูๆปลาๆ เท่านั้น 555)
ฉันเชื่อว่าหลายครั้งที่เรามองแต่รูปแบบและตัดสินมันโดยที่บางทีแล้วเราอาจจะไม่เคยสนใจเนื้อหาที่มันปรกฏอยู่เลยก็ได้....
                  ฉันเคยคุยเรื่องทฤษฏีการเมืองกับอาจารย์เสาวนีย์ จิตรื่น ที่ราชภัฎธนบุรี บ้านเก่าที่แสนอบอุ่น อาจารย์เป็นคนเดือนตุลาที่ปลูกฝังอุดมการณ์ทั้งมวล เราเคยคุยกันว่าประเทศไทยปกครองด้วยประชาธิปไตยมากี่ปีแล้ว เราเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชมาตั้งแต่ 2575 จนถึงบัดนี้ ฉันก็ยังเชื่อว่าเรายังไม่เป็นประเทศปชาธิปไตยโดยสมบูรณ์สักที..... เราเป็นประชาธิปไตยมาแต่ในนาม แต่ตลอดมาเราอยู่ภายใต้การปกครองของทหารในยุคเผด็จการครองเมือง และในวันนี้ฉันเปิดเวบดูเรื่องราวของประเทศไทย ยังพบว่าเรายังใช้การปกครองแบบประชาธิปไตยหน้าตาเฉย ทั้งๆที่คณะรัฐบาลชุดนี้มากจากการเลือกตั้งหรือไม่ นายก มาจากการเลือกตั้งตอนไหน ฉันไปออกเสียงตอนไหนเนี่ย             
                  อับราฮัม ลินคอร์นได้กล่าวนิยามของประชาธิปไตยไว้อย่างคมคายและลึกซึ้งว่า ประชาธิปไตย คือ การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน แต่วันนี้มันเป็นประชาธิปไตยตรงไหนไม่ทราบ ฉันไปออกเสียงเพื่อปกครองตัวเองตอนไหน ทำไมหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ ยังพูดปาวๆ ว่าเราปกครองระบอบประชาธิปไตยอยู่.... ทั้งที่จากเนื้อหาแล้ว เราไม่ได้เป็นประชาธิไตยแม้แต่น้อย เราเป็นแต่แค่รูปแบบ ไม่ใช่เนื้อหา
                   ฉันไม่ได้หมายถึงคณะปฎิรูป หรือเหตุการณ์ทางการเมืองปัจจุบันเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นมาโดยตลอด........ทุกวันนี้ฉันยังยืนยันหัวชนฝาว่าประชาธิปไตยของเราเป็นแค่รูปแบบเท่านั้น แต่เนื้อหามันกลวงโบ๋เหลือเกิน....... อาจจะเป็นเรื่องใหญ่โตหากเรามองจากแง่มุมนี้ มาลองมองจากประสบการณ์ตรงที่ฉันเคยสัมผัสมาดีกว่า......
 
                   เพื่อนฉันแต่งตัวธรรมดาไม่มีวันไหนที่ตัวเขาจะมีของมียี่ห้อ ไม่เคยเห็นเสื้อโปโล ไม่เคยเห็น แท๊ค ฮอยเอ่อร์ ไม่เคยเห็นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด ตอนแรกฉันมองเขาเป็นชนชั้นกลางคนหนึ่ง นั้นคือฉันมองเค้าจากรูปแบบ แต่พอรู้จักเขาขึ้นมาจริงๆแล้ว หมอนี่จัดว่าฐานะถึงดีมากคนหนึ่ง เที่ยวคืนหนึ่งเคยใช้ขั้นตําก็ 5000 (แบบว่าผ้าขี้ริ้วห่อทอง) สภาพภายนอกกับเนื้อหาภายในช่างแตกต่างกันเหลือเกิน  แต่คนอื่นๆประเมินเขาแม้แต่สภาพนอกที่เห็นเพียงครั้งแรก ....
                   กับใครคนหนึ่งที่ฉันรู้จักแค่ชื่อเท่านั้น เป็นเซียนพระชื่อดัง เอาว่ามีเงินก็หลายล้าน แต่งกายภูมิฐาน ขับรถมีราคา ดูบุคลิกภายนอก น่าเชื่อถือไว้ใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ธุรกิจของเขาไม่ได้เป็นไปตามที่มองเห็นหรอก เขาอัดพระเก๊ให้ลูกค้า........นี่เป็นอีกครั้งที่รูปแบบขัดแย้งกับเนื้อหา
 
                   บางครั้งสิ่งที่เห็นอาจจไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงมั้ย เมื่อหลายวันก่อน ฉันเอา นิค่อน เอฟอี 2 กล้องของฉันไปซ่อม ที่ร้านไหนไม่ขอบอกแล้วกัน ก็คุยๆกันสักพักกับเซียนกล้องที่เป็นเจ้าของร้าน เขาถามว่าฉันเล่นกล้องอะไรมาก่อน ฉันบอกไปว่าโลโม่ครับพี่ พี่เล่นด้วยหรือปล่าว ฉันก็แค่อยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมองใหม่ๆ แต่เขากลับพูดคำที่ฉันไม่อยากได้ยินจากคนที่ผูกผันกับศิลปะอย่างเขาเลย  อ้อ ! น้องโลโม่มันเด็กๆ เด็กเค้าถ่ายกัน พี่ไม่จับของประเภทนั้นหรอก...... ฉันไม่ใช่โลโมนิสม์ แต่ฉันก็ยังโกรธแทนเมื่อได้ยินวาจาเช่นนี้ เขามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินศิลปะ ศิลปะเป็นสิ่งที่ผูกผันกับจิตวิญญาณความรู้สึก จะเอาตัวชี้วัดอะไรมาวัดค่า..... น่าเสียดายที่ศิลปะมันแข่งขันหรือวัดค่ากันไม่ได้.....ไม่เหมือนกับวิ่งแข่ง อาจจะเอานักวิ่งอาชีพ หรือ นักฟุตบอล มาวิ่งเเข่งกัน แม้จะคนละประเภทกัน ฝีเท้าคนละจังหวะกัน แต่ตัวชี้วัดอยู่บน เข็มนาฬิกา..... แล้วเขาเอาอะไรมาตัดสินว่า โลโม มันของเด็กเล่น ศิลปะอ่ะ มันตัดสินกันไม่ได้หรอก คุณตัดสินแค่จากรูปแบบภายนอก ก็จริงแมนนวลเล่นยากกว่า ฟังค์ชั่นเยอะกว่า ออฟชั่นมากกว่า เทคนิคมากกว่า แต่ผลสรุปสุดถ่ายของการถ่ายคืออะไร คือการเก็บความทรงจำ กลิ่นอาย จิตวิญญาณของช่วงเวลาที่คุณมิอาจเรียกคืนมาได้ ไม่ใช่หรือ.......  โลโม กับ แมนนวลเหมือนกันตรงจุดนี้ไม่ใช่หรือ.......
 
                    เหมือนมีคนมาบอก วีนัส ของ บ๊อตติเซลลี่ ยอดเยี่ยมกว่า เดอะ ทิงเกอร์ ของ จัง โรแดง ของแบบนี้ตัดสินได้จากอะไรหรือ งานศิลปะอ่ะจะโลโม หรือ แมนนวล หรือ จะดิจิตอล มา มันก็เนื้อหาเดียวกันต่างกันแค่ รูปแบบเท่านั้น.......ไม่ใช่หรือ.......
 
                    แม้แต่ดนตรี รูปแบบอาจจะแตกต่างกัน ดนตรีไทย สากล จะ ออเคสตร้า จะ โพสร๊อค อัลเตอร์เนทีฟ ฮิพออฟ สุด้ทายแล้วฉันเชื่อว่าเนื้อหามันอยู่ที่จิตวิญญาณของคนแต่ง คนร้อง คนเล่น บลู ดานู้บ ของ โยฮัน สเตราซ์  เรเควี่ยม ของ โมสาร์ต สื่อออกกมาซึ่งอารมณ์เท่านั้น  หรือจะ ค้างคาวกินกล้วย แขกบรเทศ เราเห็นจิตวิญญาณ อารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาใช่ไหม.......
 
                    กับความรัก  ความรักมีรูปแบบ  ความรักแบบพ่อ แม่ กับลูก รูปแบบอาจจะแตกต่างกัน เลี้ยงดู อบรม การปฏิบัติต่อลูกที่แตกต่างกัน แต่เนื้อหาความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกมันเหมือนกันแน่ๆ ฉันคิดว่าแบบนั้น แต่กับหนุ่ม สาว ฉัน หรือใครบางคนล่ะ  ฉันเคยได้ยินมาแบบนี้ เจอหน้ากัน รู้จักกัน ขอเบอร์โทร นัดเที่ยว คบเป็นแฟน จบลงบนเตียงนอน ฉันเคยเห็นเรื่องราวแบบนี้มาหลายสิบคู่ จนกล่าวว่าเป็นรูปแบบได้มั้ง ฉันถามตัวเองเป็นร้อยรอบ แต่ความรักที่เป็นเนื้อหาจริงๆ เป็นยังไงหนอ ? ฉันอยากพบเห็นเรื่องราวความรักที่เป็นเรื่องราว การเสียสละอันยิ่งใหญ่ของ     โรมิโอกับจูเลียต การสละสิ้นซึ่งชีวิตเพื่อความรักแบบของ แจ๊ค กับ โรส หรือทัชมาฮาล ที่ชาร์เจฮานสร้าง........มันมีเพียงแค่ในนิยาย หรือว่า ในอดีตกาลเท่านั้นหรือ.......
                    วันนี้มันมีอยู่ไหม ความรักที่เนื้อหาของมันจริงๆ ความรักที่ไม่ต้องกอดกัน จูบกัน มีเซกส์กัน ความรักที่ไม่จำเป็นต้องผูกมัดทางกาย แต่จะไม่มีวันแยกจากกันด้วยจิตวิญญาณ มันมีอยู่จริงไหม Real Love มีจริงไหม  ความรักที่มากกว่าอารมณ์ ความรู้สึก หรือเหตุผลทั้งมวล เป็นยังไง ความรักสร้างสรรได้ทุกสิ่ง และพร้อมที่จะทำลายล้างได้ทุกวิถีทาง มันลึกซึ้งมากมายจนหาความหมายของมันไม่ได้....แล้วทำไม ฉันจึงไม่พบพานมันจริงๆ....... ฉันเชื่อว่าความรักไม่มีรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีเซกส์ ไม่จำเป็นต้องมีอะไรเลย แต่มันจำเป็นต้องมีเนื้อหามากมาย....ที่จะสอดประสานคนสองคนเข้าไว้ด้วยกัน  
 
                                                      
                                                             
                                                                 เนื้อหา........
 
 
                    ฉันจะพบพานสักวัน เนื้อหาของความรักที่มีอยู่จริงๆ........หรืออาจไม่มีเลย..........
                            ไม่ต้องการ ความรักที่มากมาย ยิ่งใหญ่ ........แต่ขอรักที่เป็นรักจริงๆ...........
 
 
                    ต่อจากนี้ไปคงจะไม่มองอะไรที่รูปแบบภายนอกอีก........ แต่จะมองให้ลึกเข้าไปที่เนื้อหา.............
                    ไม่มองหนังสือที่หน้าปก...........แต่จะมองจนกระทั่งตัวหนังสือตัวสุดท้าย...........
                    ไม่ฟังเพลงที่มีความเป็น ร๊อค คลาสสิค ป๊อป แต่จะฟังทุกท่วงทำนอง และเนื้อหาของมัน.............
                    ไม่มองรูปภาพว่าใครเขียนมัน...... แต่จะมองว่าคนเขียน เขียนอะไร........
                    ไม่ยินดีใช้คำว่าบัณฑิต ต่อท้ายสาขาที่รําเรียน......... ถ้าไม่รู้จักมันอย่างลึกซึ้งโดยแท้จริง
                    ไม่มองใครที่ผ่านเข้ามาด้วยรูปแบบที่เห็น............. นอกจากความคิดและตัวตนที่แท้จริงของเขา.......
 
 
                                                       เพราะเนื้อหา..สำคัญกว่ารูปแบบ................
 
 
Special Thank :
                   
                    ขอบคุณป๊า ม๊า อาม่า อาเจก อาโก ทุกคนในครอบครัว ที่ทำให้ฉันได้เห็นว่าโลกใบนี้มีอะไรต่างๆมากมาย
                    ขอบคุณอาจานย์ที่ชิโนรส ราชภัฏธนบุรี ราม มหิดล ธรรมศาสตร์ ที่สอนให้รู้จักคิด จะคิดแล้วออกมาแบบไหน อีกเรื่องหนึ่ง เเค่เริ่มที่จะคิดก้อเพียงพอแล้ว
                    ขอบคุณเพื่อน ตาสิน - หมวย ที่แต่งเติมความสดใสบนโลกนี้...... ไอ้ฉอ ญ และ ญ นู๋นําตาล นู๋ซาย นู๋หะหมวย นู๋ด๊อกซื พี่โบ และคนอื่นๆอีกมากมาย ที่สอนให้รู้จักเนื้อหาของมิตรภาพ
                    ขอบคุณทุกคน ทุกชีวิตที่ผ่านเข้ามาในชีวิตฉัน.......ทำให้ชีวิตนี้มีเนื้อหาต่างๆมากมาย แม้ว่ารูปแบบชีวิตฉันจะไม่เลิศเลอแม้แต่ประการใด แต่เนื้อหาต่างๆมากมาย ทำให้มันมีค่าเหลือเกิน
                    ขอบคุณเจ้าของเพลง   (ใส่ใจ) รายละเอียด ของโป้ โยคี ที่ส่งเพลงนี้มาให้เป็นแรงบัดาลใจ ในการเปิดความคิด ขอบคุณจริงๆ..
 
                  
 
                    สุดท้าย........ ถึงอาโก ที่ป่วยอยู่ ชะตากรรมไม่ใช่สิ่งที่เราต้องยอมรับ...... แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเอาชนะ ใช่ไหม..........
                    ถ้าแลกเปลี่ยนกันได้ ผมยินดีเป็นเช่นนั้นแทน แม้ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม.........
                    
 
                    
                  
October 08

The Show Must Go Down !

 
 
 
 
                                                       
 
 
 
 
 
 
 
 The Show Must Go Down !
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผ่านมันให้ได้.....
 
 
 
 
                      ไม่อยากจะต้องผิดหวัง แต่ว่าในวันนี้ก็ต้องพ่ายแพ้ ไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ แต่ว่าในตอนนี้นําตากลับไหล เมื่อโลกไม่เป็นอย่างต้องการ เมื่อทุกๆอย่างหมดสิ้นไป และในวันนี้ไม่เหลือใคร แต่ตัวฉันก็พร้อมจะลุกขึ้น แต่ตอนนี้ฉันนั้นจะล้มลง จบทุกสิ่ง หมดทุกอย่าง แต่ฉันยังมีหวังยังจะสู้ยังไม่แพ้ แล้วเรื่องร้ายจะพ้นผ่าน แม้วันนี้แผลยังคงอยู่ เจ็บเท่าไหร่ บอกหัวใจ  จะต้องผ่านมันให้ได้
                      ไม่อยากจะหนีปัญหา อยากจะใช้ปัญญาเพื่อสู้กับมัน ไม่อยากจะทิ้งความฝันแต่ก็ต้องยอมรับความจริงเอาไว้ เมื่อโลกไม่เป็นอย่างต้องการ เมื่อทุกๆอย่างหมดสิ้นไป และในวันนี้ไม่เหลือใคร แต่ตัวฉันก็พร้อมจะลุกขึ้น แต่ตอนนี้ฉันนั้นจะล้มลง จบทุกสิ่ง หมดทุกอย่าง แต่ฉันยังมีหวังยังจะสู้ยังไม่แพ้ แล้วเรื่องร้ายจะพ้นผ่าน แม้วันนี้แผลยังคงอยู่ เจ็บเท่าไหร่ บอกหัวใจ  จะต้องผ่านมันให้ได้
 
                       วันนี้แม้ล้ม แต่ฉันไม่ท้อ ไม่ขอยอมแพ้ ก็แค่ผ่านมัน แค่ฉันผ่านมาจากความผิดหวัง แต่คงสักวันจะต้องเดินทางผ่านพ้น !
 
 
 
 
                                                                   ....................................................................................
 
 
 
 
 
 
                       เขียนบล๊อคด้วยอารมณ์ไหน บอกไม่ถูกเลย ตอนนี้ตัวฉันหรือเปล่าที่กำลังอยู่ตรงนี้ หรือว่าใครคนอื่น ตัวเราจริงๆหรือ หรือแค่ฝันไป ไม่รู้อารมณ์ตัวเองจริงว่ากำลังทำอะไรอยู่ หรือว่ากำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ฉันขาดเอกลักษณ์ในตัวเอง กำลังสับสน วุ่นวายในการค้นหาตัวเอง กำลังสงสัยว่าเรากำลังเป็นใคร มาจากไหน กำลังทำอะไร และต้องการอะไร อย่างน้อยก็ช่วงเวลานี้ คำตอบที่เคยถามตัวเองเมื่อหลายปีก่อน " ฉันกำลังจะไปไหน " ถึงตอนนี้ก็ยังตอบคำถามเดิมกับตัวเองด้วยความน่าสมเพชเหมือนเดิมว่า " ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน " แต่ก็ยังก้าวเดินออกมา........เพียงลำพัง
 
                       นั่งหางานในห้องสมุด ดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ด้วยกำลังใจที่มีอยู่ และทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าไม่รอดแน่นอน จะหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองสักกี่ร้อย กี่หมื่นอย่าง มันไม่ใช่คำตอบที่พอจะปัดความรับผิดให้ตัวเองได้เลย สุดท้ายแล้ว สุดสายปลายเหตุก็อยู่ที่ความอ่อนด้อยของตัวเอง อย่างน้อยๆก็ค้นพบจุดอ่อนของตัวเองแล้ว.........
 
                       เจอใครคนหนึ่ง........ที่คิดว่าคนๆนี้แหล่ะที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของฉัน.............ขณะที่กำลังเครียดจนขาสองขาแทบไม่มีแรง ปวดหัวมึนตึบ เจอคนๆหนึ่งในล๊อคหนังสือข้างๆ ที่ไม่มีใครอยู่เลย........... เขาเอ่ยถามคำถาม น้องเรียนอะไรหรือ  ?  เป็นคำถามที่ฉันแทบไม่อยากตอบ เรียนประวัติศาสตร์ยุโรปครับ........ ชอบหรือประวัติศาสตร์น่ะ ฉันไม่รู้จะคิดคำตอบยังไงเลย.............จบไปทำอะไรหรือ ?  เป็นคำถามที่ฉันก็ยังไม่รู้เช่นกัน..........  ที่เรียนก็แค่อยากรู้เท่านั้น ต้องมีเหตุผลอื่นด้วยหรือ ขนาดใบปริญญาฉันยังไม่ไปรับเลย ดังนั้นการติดมหาบัณฑิตข้างหลังชื่อปริญญา หรือ ดร. นำหน้าชื่อตัวเองก็ไม่ใช่เช่นเดียวกัน นี่ตกลงแล้วฉันมาทำอะไรที่นี่ มาเพราะแค่อยากรู้เท่านั้นหรือ.....ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้อะไรมากกว่าเดิม รู้แค่ว่าตอนนี้กับการเรียนกำลังอาการหนัก เป็คนป่วยก็โคม่าแล้ว ทั้งๆที่รู้แน่ๆว่าไม่รอดแน่นอนยังจะฝืนทำไมอีกหรือ ตอนนี้ในคลาสก็เหลือแค่ 2 คน ฉันกำลังจะดันทุรังทำไมต่อไปหรือ ใครคนหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มต้นที่ตรงไหน จุดที่เราก้าวออกมาอยู่ที่ไหน แล้วเราจะรู้ถึงจุดหมายปลายทางหรือ.........
 
                        ฉันจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง จุดที่ได้เดินผ่านมาไกล และนานแสนนาน และกลับไปค้นหาตัวเองอีกครั้งว่า เรากำลังจะไปไหน และจะยังไม่ออกเดินตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะไปไหน ฉันสับสนเต็มทีกับการที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปไหน แต่ก็ไปมันทุกที่ ไม่รู้ว่าจริงๆตัวตนของเราคืออะไร แต่ก็เป็นมันได้ทุกอย่าง ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรแต่ก็ลองทำมันทุกอย่าง ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหาอะไรอยู่ แต่ก็หามันทุกอย่าง  ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไร แต่ก็คิดมันไปทุกอย่าง ไม่รู้ว่าตัวเองจะพูดอะไรแต่ก็พูดมันทุกอย่าง .........พระเจ้า ฉันต้องค้นหามันทั้งชีวิตหรือ ? ไม่แฟร์เลย ทรมาณมากๆ กับการที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร หรือว่าฉันนั้นบ้าไปแล้ว.........ที่เคยบอกว่าจะลองค้นหาตัวเอง จะลองทำมันดูเพื่อค้นหาทีละอย่างๆ.......ก็ทำมาหลายอย่างแล้ว สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่ฉันก็ยังไม่รูว่าฉันกำลังทำอะไร ต้องการอะไร
 
                        อยู่เงียบๆ เพื่อฟังเสียงหัวใจตัวเอง................ฉันยังไม่ได้ยิน ว่ามันกำลังเรียกร้องหาอะไร  แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ ลางสังหรณ์หรือ ? ฉันรู้สึกว่าฉันมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ไม่รู้ทำไมว่าตัวเองคิดแบบนี้ รู้แต่ว่ายังมีอะไรหลายอย่างมากมายที่จะต้องทำอีกเยอะแยะ จนอยากให้วันหนึ่งมี 100 ชั่วโมง ! รู้สึกว่าแต่ละวันมันสั้นเหลือเกิน สั้นเกินไป........
 
                        หมดแรง ท้อแท้ สิ้นหวัง ไปค้นเจอเพลง ผ่านมันให้ได้ ของพีทู วอร์ชิพ มันให้แง่คิดอะไรหลายอย่าง มากมาย...........
 
                       แม้แต่คนที่ไม่มีอะไรเหลือ แต่ก็ยังเหลืออะไรอยู่........... ไม่ร้องไห้นะ  บอกกับตัวเอง  ไม่เอามือก่ายหน้าผากนะ  บอกกับตัวเอง  ไม่ถอนหายใจนะ  บอกกับตัวเอง  ไม่เดินก้มหน้านะ  บอกกับตัวเอง..........แม้จะยังหาไม่เจอ แต่ก็พยายามหาแล้วนะ แม้จะยังหาไม่เจอ ก็ยังต้องหาต่อไปนะ  หาให้เจอนะว่าชีวิต คือ อะไร  ฉันหาได้ และต้องหาให้เจอ ว่าคนอย่างฉันเกิดมาเพื่ออะไร  เออร์เนสโต้ เช กูวาร่า เกิดมาเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งปวง  โทมัส เอดิสัน  เกิดมาเพื่อประดิษฐ์นวัตกรรมต่างๆ  เพลโต้  อริสโตเติล เกิดมาเพื่อคิด  ฟร้านส์ คาฟคา วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ เกิดมาเพื่อเขียน ฉันคงไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของพวกเขาเหล่านั้น แต่สุดท้ายแล้วฉันขอแค่ได้รู่ว่าฉันเกิดมาเพื่ออะไรสักอย่าง แม้มันจะไม่มีค่าอะไรเลยก็ตามที แต่อย่างน้อยๆ คนอย่างฉันคนหนึ่งก็น่าจะได้รับรู้ว่า ลึกๆแล้วตัวเราเองคงมีความหมายอะไรสักอย่างที่ลืมตามาบนโลกเล็กใบนี้
 
                         ซื้อหนังสือมาหนึ่งเล่ม  มนุษย์คนแรก  ของอัลแบร์ กามู  เป็นเรื่องราวของมนุษย์ที่ค้นหาความเป็นมนุษย์  ฉันคิดว่าฉันคงได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดที่มีคนบอกว่า มนุษย์เกิดมาเพื่อใช้กรรม ฉันไม่ด้อยค่าขนาดนั้น ฉันไม่ใช่คนทที่จะเกิดมาเพื่อชดใช้อะไรในอดีต ออกจะเป็นความอวดดี แต่ฉันขอ ขออย่างเดียว หากขอพรได้หนึ่งข้อ ฉันจะขอให้ฉันรู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของฉัน คืออะไร เป็นสิ่งใด  และจะมุ่งหน้าไปทางไหน.......................
 
 
 
 
 
 
 
 
                           Special Apologize :
 
 
ขอโทษตัวเองที่ทำให้ผิดหวังมาโดยตลอดที่หาตัวตนที่แท้จริงของนายไม่พบ
ขอโทษสองมือ ที่อยากจะทำนู่นทำนี่ แต่หาไม่พบว่านายอยากจะทำอะไร  ขอโทษขาสองข้างที่อยากก้าวเดิน แต่ไม่รู้ว่าจะก้าวเดินไปทางไหน
ขอโทษจิตวิญญานที่ยังหาไม่พบว่านายอยู่ที่ไหน บนโลกใบนี้ .........
 
ขอโทษครอบครัว ขอโทษทุกๆคน ที่ 23 ปีมานี้ ยังหาไม่เจอ..............
ขอโทษพ่อ ที่ไม่มีโอกาสได้เห็นว่าผมค้นพบตัวเองแล้ว แต่ผมจะพยายามให้พ่อเห็นได้สักวัน
 
ขอโทษเพื่อนๆ  น้องๆ  ที่ฉันเองยังไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ตรงนี้เป็นใครกันแน่..............
ขอโทษใครคนนั้น ผมไม่อาจค้นหาคุณได้ ตราบใดที่ผมยังค้นหาตัวเองไม่เจอ..............
 
 
 
                                              ..........................................
 
 
 
Photo 1 of 55